คุก – คุ้มเวียงแก้ว มรดกวัฒนธรรมทับซ้อน 2 ยุคสมัย / ปนิธิปัทม์ รักษ์วงศ์พญา, สรนาถ สินอุไรพันธ์, ปฏิพล ยอดสุรางค์

 

Historic Prison – Wiang Kaeo Palace, Overlapping Cultural Heritage of Two Eras / Panithipat Rakwongphaya, Soranart Sinuraibhan, Patiphol Yodsurang

ชื่อวารสารวิชาการ: NAJUA: History of Architecture and Thai Architecture

ผู้วิจัย: ปนิธิปัทม์ รักษ์วงศ์พญา (บุคลากรภายนอกคณะ)

คณะวิจัย: ผศ.ดร.สรนาถ สินอุไรพันธ์, ผศ.ดร.ปฏิพล ยอดสุรางค์

วันที่: 01/2567-06/2567

เชียงใหม่ เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แต่ภายใต้ความงดงามนั้นก็มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวของ คุก-คุ้มเวียงแก้ว สถานที่ที่เต็มไปด้วยความหมายทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งนำมาสู่ความท้าทายในการอนุรักษ์

คุ้มเวียงแก้ว: จากวังหลวงสู่ศูนย์กลางอำนาจ

คุ้มเวียงแก้ว ในอดีตคือวังหลวงของกษัตริย์ล้านนา สร้างขึ้นตามแนวคิดจักรวาลตั้งแต่สมัยสร้างเมืองเชียงใหม่โดยพญามังราย เป็นศูนย์กลางของอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจจากล้านนาสู่สยาม คุ้มเวียงแก้วกลับถูกใช้เป็นที่ตั้งของเรือนจำมณฑลพายัพในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

การเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งความขัดแย้ง

การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนท้องถิ่น เพราะคุ้มเวียงแก้วเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การที่ถูกเปลี่ยนเป็นเรือนจำจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก ความรู้สึกของการสูญเสียและความไม่พอใจที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่แห่งความทุกข์ทรมาน กลายเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน

ด้วยความรู้สึกที่ฝังรากลึกในจิตใจ ชุมชนท้องถิ่นได้ลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องให้ย้ายเรือนจำออกจากพื้นที่คุ้มเวียงแก้ว เพื่อปิดประวัติศาสตร์คุกและทวงคืนพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างยาวนาน กระทั่งในปี พ.ศ. 2555-2556 กรมราชทัณฑ์ได้ย้ายเรือนจำออกจากพื้นที่ และรื้อถอนคุกทั้งหมดตามผลการทำประชาพิจารณ์

การอนุรักษ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง

การรื้อถอนเรือนจำนั้นนำไปสู่โครงการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้วให้เป็นพื้นที่สาธารณะ หากแต่ในระหว่างการสำรวจขุดค้นพื้นที่โดยกรมศิลปากร ได้ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดี ได้แก่ ฐานและแนวกำแพงวัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการใช้พื้นที่คุกทับซ้อนกับพื้นที่วังหลวงส่วนหนึ่ง ทั้งยังมีการประเมินคุณค่าของคุกจากสิ่งปลูกสร้างเดิม และมีความเห็นว่าควรอนุรักษ์อาคารเรือนเพ็ญ อาคารอำนวยการ อาคารแว่นแก้ว ป้อม และแนวกำแพงบางส่วน เพื่ออนุรักษ์คุณค่าอาคารทางประวัติศาสตร์ในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการกิจการศาล กระบวนการยุติธรรม และงานราชทัณฑ์ สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญ เราจะจัดการกับมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความหมายทั้งในเชิงบวกและเชิงลบได้อย่างไร?

แนวทางการอนุรักษ์

งานวิจัยนี้ได้ศึกษาและวิเคราะห์การให้คุณค่าและความสำคัญ และการสื่อความหมายมรดกวัฒนธรรมคุกและคุ้มเวียงแก้ว รวมถึงการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง (People Centered Approach) โดยมีประเด็นสำคัญ 4 ด้านคือ:

  1. การให้คุณค่าและความสำคัญ
  2. การสื่อความหมาย
  3. ความต้องการใช้ประโยชน์
  4. การมีส่วนร่วม

คุก – คุ้มเวียงแก้ว มรดกวัฒนธรรมทับซ้อน 2 ยุคสมัย เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและความขัดแย้ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจ การอนุรักษ์คุกและคุ้มเวียงแก้วไม่ใช่เพียงแค่การรักษาสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นการรักษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และจิตวิญญาณของชุมชน โดยมีชุมชนเป็นองค์ประกอบหลักในการอนุรักษ์และพัฒนาตามแนวทางที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง

Style switcher RESET
Body styles
Color settings
Link color
Menu color
User color
Background pattern
Background image

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save